สหรัฐฯกระตุ้นมาเลย์เร่งเข้มงวดกฎระเบียบในการต่อต้านค้ามนุษย์ – สำนักข่าวเอพี, วันที่ 28 สิงหาคม 2552
สำนักข่าวเอพี รายงานอ้าง ลูอิส เซดบากา เจ้าหน้าที่ระดับสูง กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าสหรัฐฯมีความยินดีที่ประเทศมาเลเซียได้ดำเนินมาตรการอย่างเข้มงวดในการดำเนินการกับปัญหาการค้ามนุษย์ในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ต้องการเห็นผลงานมากกว่าการให้สัญญาปากเปล่า ก่อนที่สหรัฐฯจะยอมลบมาเลเซียออกจากบัญชีรายชื่อประเทศที่มีปัญหาการค้ามนุษย์
ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มาเลเซียได้ดำเนินการจับกุมและตั้งข้อหากลุ่มผู้ค้ามนุษย์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ภายหลังที่สหรัฐฯขึ้นบัญชีไว้ว่ามาเลเซียเป็น 1 ในประเทศที่มีปัญหาการค้ามนุษย์มากที่สุดในโลก ตามรายงานการค้ามนุษย์ประจำปี 2552 จัดทำโดยกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯในเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา
เซดบากา กล่าวในวันสุดท้ายของกำหนดการเดินทางเยือนมาเลเซียเป็นเวลา 3 วัน เพื่อพบปะกับเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งกลุ่มองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์อื่นๆ ว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าประทับใจมาก แต่ก็ยังต้องการเห็นความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหานี้ต่อไป โดยต้องการให้มั่นใจว่าคดีต่างๆ ถูกนำเข้ากระบวนการในชั้นศาล ไม่ใช่การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังไปเพียงชั่วคราวเท่านั้น
ทั้งนี้ เซดบากา ได้รับการแต่งตั้งเมื่อเดือน พ.ค. ให้เป็นหัวหน้าสำนักงานติดตามและต่อต้านการค้ามนุษย์ ซึ่งทำหน้าที่ประสานกิจกรรมของรัฐบาลสหรัฐฯในการต่อต้านการค้ามนุษย์ในระดับสากล
“เราต้องการผลงานมากกว่าคำพูด เราชื่นชมต่อสิ่งที่รัฐบาลมาเลเซียกำลังดำเนินการอยู่ แต่ในแง่ของการให้ได้ผลที่เป็นรูปธรรมนั้น ยังคงเป็นประเด็นที่เราต้องปรึกษาหารือกันต่อไป” เซดบากา กล่าว
รายงานการค้ามนุษย์ประจำปี 2552 ของสหรัฐฯ ระบุว่า มาเลเซียเป็นประเทศปลายทาง และต้นทางในการค้าทั้งผู้หญิงและเด็ก เพื่อการค้าประเวณี ทั้งยังเป็นปลายทางและต้นทางของการค้าทั้งผู้ชาย ผู้หญิงและเด็กเพื่อบังคับใช้แรงงานด้วย โดยเหยื่อจำนวนมากถูกพามาจากพม่า
เซดบากา ระบุด้วยว่า รัฐบาลสหรัฐฯต้องการเห็นกระบวนการสืบสวนและการดำเนินคดีตลอดทั้งปี ก่อนจะตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะย้ายมาเลเซียออกจากบัญชีประเทศที่มีปัญหาในการดำเนินการต่อต้านค้ามนุษย์ ในรายงานการค้ามนุษย์ประจำปี 2553 หรือไม่
ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 ที่มาเลเซีย ถูกขึ้นบัญชีว่าเป็นประเทศที่มีปัญหาในการต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยที่ก่อนหน้านี้ มาเลเซียเคยอยู่ในบัญชีดังกล่าวของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เมื่อปี 2544 และอีกครั้งเมื่อปี 2550 แต่หลุดจากบัญชีได้ในปี 2551 ขณะที่ยังมีประเทศอีก 51 ประเทศที่ติดอยู่ในบัญชีดังกล่าว
ทั้งนี้ หากประเทศหนึ่งประเทศใดมีชื่อติดอยู่ในบัญชีดังกล่าวเป็นเวลา 2 ปีติดต่อกัน สหรัฐฯอาจพิจารณาดำเนินการคว่ำบาตรประเทศนั้นๆ ได้
เซดบากา กล่าวด้วยว่า คณะผู้เชี่ยวชาญชาวสหรัฐฯ ซึ่งประกอบด้วยพนักงานอัยการรัฐที่มีประสบการณ์ เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ และผู้เชี่ยวชาญด้านเหยื่อ จะเดินทางไปยังมาเลเซียในเดือน ต.ค. นี้ เพื่อช่วยฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ชาวมาเลเซียที่ทำงานในสายงานเดียวกัน
นอกจากนี้ เซดบากายังได้กระตุ้นให้รัฐบาลมาเลเซียทำงานร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชนในการทำงานเพื่อต่อต้านสิ่งที่เรียกว่าการ “ค้าทาสยุคใหม่” อีกด้วย
ฮิแชมมุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ของมาเลเซีย กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลมาเลเซีย “จะทำทุกวิถีทาง” ในการยุติปัญหาดังกล่าว แต่ก็ได้ให้ความเห็นด้วยว่า มีอุปสรรคในการดำเนินงานมากมาย ซึ่งรวมถึงปัญหาการแทรกซึม ผ่านทางชายแดนระหว่างไทยและมาเลเซีย
กลุ่มรณรงค์เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์คาดการณ์ไว้ว่ามีชาวพม่าหลายแสนคนอาศัยอยู่อย่างผิดกฎหมายในมาเลเซีย นอกเหนือจากแรงงานพม่าถูกกฎหมายในมาเลซียราว 1.4 แสนคน


