กรุงย่างกุ้ง วันที่ 24 สิงหาคม 2552 - สำนักข่าวซินหัว ในจีน รายงานว่า พม่าและไทยกำลังดำเนินการตามแผนปฎิบัติการเพื่อการต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลักลอบขนผู้หญิงและเด็กข้ามแดน ภายใต้บันทึกความเข้าใจที่ทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกันเมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
แผนปฎิบัติการดังกล่าวครอบคลุมความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ การส่งกลับและคืนสู่สังคาของผู้ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ โดยแผนปฏิบัติการดังกล่าว ได้รับการลงนามในการประชุมทวิภาคี ระหว่างทั้งสองประเทศ โดยมีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ของไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมทวิภาคีดังกล่าวเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ตามรายงานของสำนักข่าวเดอะ เมียนมาร์ ไทมส์
บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการต่อต้านการค้ามนุษย์ระหว่างทั้งสองประเทศ ได้รับการลงนามโดย หม่องอู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของพม่า และนายอิสสระ สมชาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ของไทย โดยมีการลงนามที่กรุงเนย์ปิดอว์ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ขอบเขตความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจดังกล่าว ครอบคลุมทุกแง่มุมของการต่อต้านการค้ามนุษย์ ทั้งการป้องกัน การให้ความคุ้มครอง การบำบัดฟื้นฟู การส่งกลับ การบังคับใช้กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และการพัฒนาแลนำแผนปฎิบัติการไปปฎิบัติจริงในทั้ง 2 ประเทศ
รายงานจากแหล่งข่าวหลายแห่ง ระบุว่า ผู้อพยพชาวพม่ามักจะถูกนำตัวไปขายหรือถูกล่อลวงเข้ามาในบริเวณต่างๆ ของไทย เพื่อทำงานในสภาพการทำงานที่เลวร้าย และ ถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ส่วนปัจจัยสำคัญในหลายๆ ปัจจัย ที่ทำให้พวกเขาถูกล่อลวงเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์ มีทั้งโอกาสในการทำงานและภัยธรรมชาติ
ขณะเดียวกัน รัฐบาลพม่าอยู่ระหว่างการจัดตั้งสมาคมเพื่อให้ความคุ้มครองลูกจ้างชาวพม่าที่ทำงานในไทยเพื่อให้ความคุ้มครองที่จำเป็น อีกทั้งช่วยเหลือแรงงานที่ต้องเผชิญกับสภาวะที่ไม่เป็นธรรมในไทยด้วย
ทั้งนี้ ภายใต้ข้อตกลงระหว่างกระทรวงต่างประเทศพม่า และกระทรวงแรงงานของไทย เมื่อปี 2549 ไทยได้เสนอที่จะอนุญาตให้ชาวพม่า 10,000 คน ได้ทำงานในอุตสาหกรรม โรงงานและร้านอาหารต่างๆ ในประเทศ ตามสถิติพบว่า ปัจจุบันมีแรงงานอพยพชาวพม่าในไทยมากถึง 5-6 แสนคน



