ขอต้อนรับคุณ..
เลือกภาษา


ผู้ที่กำลังเข้าใช้ระบบ
บุคคลทั่วไป: 2, สมาชิก: 0 ...

เข้ามาแล้ว: 3
(สมาชิก: 0, บุคคลทั่วไป: 3) เมื่อ 19 .. : 10:06

สมาชิกทั้งหมด: 3
สมาชิกคนล่าสุด: moji
Date / Time
 
ยังไม่มีการแจ้ง/จัดกิจกรรมในเดือนนี้


123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031


ผู้ชมล่าสุดคือ
  • orapin
    [ 0 ปี, 0 เดือน, 3 สัปดาห์, 1 วัน, 3 ชั่วโมง, 18 นาที, 1 วินาที ที่ผ่านมา ]
  • moji
    [ 0 ปี, 0 เดือน, 3 สัปดาห์, 2 วัน, 22 ชั่วโมง, 7 นาที, 50 วินาที ที่ผ่านมา ]
  • kittimasak
    [ 0 ปี, 0 เดือน, 3 สัปดาห์, 5 วัน, 12 ชั่วโมง, 6 นาที, 41 วินาที ที่ผ่านมา ]
  • admin
    [ 0 ปี, 5 เดือน, 2 สัปดาห์, 2 วัน, 8 ชั่วโมง, 17 นาที, 59 วินาที ที่ผ่านมา ]
ظ 23 ѹ¹ 2009
พม่าจับมือไทยลงนามความร่วมมือต้านค้ามนุษย์ – สำนักข่าวซินหัว, 24 สิงหาค
by admin on ظ 23 ѹ¹ 2009 - 02:25:33

กรุงย่างกุ้ง วันที่ 24 สิงหาคม 2552 - สำนักข่าวซินหัว ในจีน รายงานว่า พม่าและไทยกำลังดำเนินการตามแผนปฎิบัติการเพื่อการต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลักลอบขนผู้หญิงและเด็กข้ามแดน ภายใต้บันทึกความเข้าใจที่ทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกันเมื่อ 4 เดือนที่แล้ว

แผนปฎิบัติการดังกล่าวครอบคลุมความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ การส่งกลับและคืนสู่สังคาของผู้ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ โดยแผนปฏิบัติการดังกล่าว ได้รับการลงนามในการประชุมทวิภาคี ระหว่างทั้งสองประเทศ โดยมีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ของไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมทวิภาคีดังกล่าวเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ตามรายงานของสำนักข่าวเดอะ เมียนมาร์ ไทมส์

บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการต่อต้านการค้ามนุษย์ระหว่างทั้งสองประเทศ ได้รับการลงนามโดย หม่องอู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของพม่า และนายอิสสระ สมชาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ของไทย โดยมีการลงนามที่กรุงเนย์ปิดอว์ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ขอบเขตความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจดังกล่าว ครอบคลุมทุกแง่มุมของการต่อต้านการค้ามนุษย์ ทั้งการป้องกัน การให้ความคุ้มครอง การบำบัดฟื้นฟู การส่งกลับ การบังคับใช้กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และการพัฒนาแลนำแผนปฎิบัติการไปปฎิบัติจริงในทั้ง 2 ประเทศ

รายงานจากแหล่งข่าวหลายแห่ง ระบุว่า ผู้อพยพชาวพม่ามักจะถูกนำตัวไปขายหรือถูกล่อลวงเข้ามาในบริเวณต่างๆ ของไทย เพื่อทำงานในสภาพการทำงานที่เลวร้าย และ ถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ส่วนปัจจัยสำคัญในหลายๆ ปัจจัย ที่ทำให้พวกเขาถูกล่อลวงเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์ มีทั้งโอกาสในการทำงานและภัยธรรมชาติ

ขณะเดียวกัน รัฐบาลพม่าอยู่ระหว่างการจัดตั้งสมาคมเพื่อให้ความคุ้มครองลูกจ้างชาวพม่าที่ทำงานในไทยเพื่อให้ความคุ้มครองที่จำเป็น อีกทั้งช่วยเหลือแรงงานที่ต้องเผชิญกับสภาวะที่ไม่เป็นธรรมในไทยด้วย

ทั้งนี้ ภายใต้ข้อตกลงระหว่างกระทรวงต่างประเทศพม่า และกระทรวงแรงงานของไทย เมื่อปี 2549 ไทยได้เสนอที่จะอนุญาตให้ชาวพม่า 10,000 คน ได้ทำงานในอุตสาหกรรม โรงงานและร้านอาหารต่างๆ ในประเทศ ตามสถิติพบว่า ปัจจุบันมีแรงงานอพยพชาวพม่าในไทยมากถึง 5-6 แสนคน

MAPออกโรงเรียกร้องไทยช่วยเหลือปกป้องแรงงานอพยพชาวพม่า – บางกอกโพสต์, 28 ส
by admin on ظ 23 ѹ¹ 2009 - 01:35:39

มูลนิธิโครงการช่วยเหลือแรงงานอพยพ (Migrant Assistance Program Foundation - MAP) กลุ่มรณรงค์ในไทย ระบุว่า แรงงานอพยพชาวพม่าในไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ย่ำแย่ยิ่งกว่าเมื่อ 1 ปีก่อนหน้านี้ และได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยให้ความช่วยเหลือ โดยขยายความคุ้มครองทางด้านกฏหมายและสวัสดิการสังคมแก่กลุ่มแรงงานดังกล่าว

MPA กล่าวว่า การเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกในช่วงที่ผ่านมาส่งผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อแรงงานชาวพม่า

ทั้งนี้ จากรายงานวิจัยจัดทำโดย MAP พบว่า แรงงานพม่าราว 70% ในเมืองใหญ่ของไทย 2 แห่ง ประสบปัญหาในการหางานทำมากขึ้น และในขณะที่ค่าครองชีพสูงขึ้น 30% ของแรงงานชาวพม่าระบุว่า พวกเขาถูกลดค่าแรงในช่วงปีที่ผ่านมา

รายงานแจ้งด้วยว่า แรงงานในโรงงานเป็นกลุ่มแรงงานที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด อันเป็นผลมาจากยอดการส่งออกลดลง อันสืบเนื่องมาจากความต้องการซื้อจากต่างชาติลดลง

โซ หลิน อ่อง 1 ในคณะผู้จัดทำงานวิจัย กล่าวว่า ทาง MAP ร้องขอให้รัฐบาลไทยขยายความคุ้มครองทางด้านสวัสดิการสังคมไปยังกลุ่มแรงงานอพยพ อีกทั้งร้องขอให้รวมพวกเขาเข้าในมาตรการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจต่างๆ อีกด้วย

"เรายังได้ร้อของให้พวกเขาติดตามและบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน ทั้งเรื่องของจำนวนชั่วโมงทำงาน, ค่าแรงขั้นต่ำ และเงินชดเชยเมื่อออกจากงานด้วย" โซ กล่าว โดยเสริมด้วยว่า “รัฐบาลไทยควรยกเลิกการจำกัดการเดินทางของผู้อพยพ พร้อมโดยให้เหตุผลว่า หากมีการยอมให้ผู้อพยพสามารถเดินทางในประเทศได้อย่างอิสระเสรี พวกเขาจะสามารถหางานที่มีความมั่นคงและปลอดภัยได้ง่ายขึ้น ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีต่อผู้อพยพ และต่อสภาวะเศรษฐกิจด้วย เพราะแรงงานเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้”

โซ ยังกล่าวว่า ทาง MAP ต้องการให้รัฐบาลไทยยุติการข่มขู่ที่จะส่งตัวผู้อพยพผิดกฎหมายกลับประเทศ อันจะช่วยเสริมสร้างสังคที่มีการเปิดรับชนชาติอื่นมากขึ้น

ทั้งนี้ แรงงานอพยพในไทยส่วนใหญ่เป็นผู้ไร้เอกสาร และมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากนายจ้าง

รายงาน MAP แจ้งว่า ผู้หญิงชาวพม่าได้รับผลกระทบมากกว่าผู้ชาย และผู้หญิงชาวพม่าในไทยส่วนใหญ่ทำงานรับใช้ภายในบ้าน

เดง ลุงจอง ผู้แทนกลุ่มแรงงานอพยพรับใช้ในบ้านในจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า นายจ้างหลายรายได้หยุดให้ผลประโยชน์นอกเหนือจากค่าแรง และเลิกขึ้นค่าแรง นอกจากนี้ นายจ้างบางรายยังไม่จ่ายค่าจ้างด้วย อย่างไรก็ดี แม้ว่าสถานการณ์ด้านแรงงานในไทยจะแย่ลง แต่เดง ลุงจองไม่สนับสนุนให้แรงงานอพยพอยู่ในพม่าเพื่อหางานทำ เพราะให้อย่างไร สถานการณ์ในไทยก็ดีกว่าในพม่า ที่ไม่มีโอกาสการจ้างงาน ในขณะที่ในไทยยังพอมีอยู่บ้าง

รายงานวิจัยของ MAP ถูกจัดทำบนพื้นฐานของการสัมภาษณ์ การทำ Focus Group และ ผลจากการสำรวจความเห็นแรงงานอพยพ ชาวพม่าจำนวนมากกว่า 400 คน ที่ทำงานในแม่สอดและเชียงใหม่ ทั้งนี้ มีแรงงานอพยพชาวพม่าราว 3-4 แสนคนทำงานด้านกสิกรรม, ก่อสร้าง และ ในโรงงานต่างๆ ในเมืองดังกล่าว

สหรัฐฯกระตุ้นมาเลย์เร่งเข้มงวดกฎระเบียบในการต่อต้านค้ามนุษย์ – สำนัก
by admin on ظ 23 ѹ¹ 2009 - 01:15:28

สหรัฐฯกระตุ้นมาเลย์เร่งเข้มงวดกฎระเบียบในการต่อต้านค้ามนุษย์ – สำนักข่าวเอพี, วันที่ 28 สิงหาคม 2552

สำนักข่าวเอพี รายงานอ้าง ลูอิส เซดบากา เจ้าหน้าที่ระดับสูง กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าสหรัฐฯมีความยินดีที่ประเทศมาเลเซียได้ดำเนินมาตรการอย่างเข้มงวดในการดำเนินการกับปัญหาการค้ามนุษย์ในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ต้องการเห็นผลงานมากกว่าการให้สัญญาปากเปล่า ก่อนที่สหรัฐฯจะยอมลบมาเลเซียออกจากบัญชีรายชื่อประเทศที่มีปัญหาการค้ามนุษย์

ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มาเลเซียได้ดำเนินการจับกุมและตั้งข้อหากลุ่มผู้ค้ามนุษย์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ภายหลังที่สหรัฐฯขึ้นบัญชีไว้ว่ามาเลเซียเป็น 1 ในประเทศที่มีปัญหาการค้ามนุษย์มากที่สุดในโลก ตามรายงานการค้ามนุษย์ประจำปี 2552 จัดทำโดยกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯในเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา

เซดบากา กล่าวในวันสุดท้ายของกำหนดการเดินทางเยือนมาเลเซียเป็นเวลา 3 วัน เพื่อพบปะกับเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งกลุ่มองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์อื่นๆ ว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าประทับใจมาก แต่ก็ยังต้องการเห็นความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหานี้ต่อไป โดยต้องการให้มั่นใจว่าคดีต่างๆ ถูกนำเข้ากระบวนการในชั้นศาล ไม่ใช่การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังไปเพียงชั่วคราวเท่านั้น

ทั้งนี้ เซดบากา ได้รับการแต่งตั้งเมื่อเดือน พ.ค. ให้เป็นหัวหน้าสำนักงานติดตามและต่อต้านการค้ามนุษย์ ซึ่งทำหน้าที่ประสานกิจกรรมของรัฐบาลสหรัฐฯในการต่อต้านการค้ามนุษย์ในระดับสากล

“เราต้องการผลงานมากกว่าคำพูด เราชื่นชมต่อสิ่งที่รัฐบาลมาเลเซียกำลังดำเนินการอยู่ แต่ในแง่ของการให้ได้ผลที่เป็นรูปธรรมนั้น ยังคงเป็นประเด็นที่เราต้องปรึกษาหารือกันต่อไป” เซดบากา กล่าว

รายงานการค้ามนุษย์ประจำปี 2552 ของสหรัฐฯ ระบุว่า มาเลเซียเป็นประเทศปลายทาง และต้นทางในการค้าทั้งผู้หญิงและเด็ก เพื่อการค้าประเวณี ทั้งยังเป็นปลายทางและต้นทางของการค้าทั้งผู้ชาย ผู้หญิงและเด็กเพื่อบังคับใช้แรงงานด้วย โดยเหยื่อจำนวนมากถูกพามาจากพม่า

เซดบากา ระบุด้วยว่า รัฐบาลสหรัฐฯต้องการเห็นกระบวนการสืบสวนและการดำเนินคดีตลอดทั้งปี ก่อนจะตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะย้ายมาเลเซียออกจากบัญชีประเทศที่มีปัญหาในการดำเนินการต่อต้านค้ามนุษย์ ในรายงานการค้ามนุษย์ประจำปี 2553 หรือไม่

ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 ที่มาเลเซีย ถูกขึ้นบัญชีว่าเป็นประเทศที่มีปัญหาในการต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยที่ก่อนหน้านี้ มาเลเซียเคยอยู่ในบัญชีดังกล่าวของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เมื่อปี 2544 และอีกครั้งเมื่อปี 2550 แต่หลุดจากบัญชีได้ในปี 2551 ขณะที่ยังมีประเทศอีก 51 ประเทศที่ติดอยู่ในบัญชีดังกล่าว
ทั้งนี้ หากประเทศหนึ่งประเทศใดมีชื่อติดอยู่ในบัญชีดังกล่าวเป็นเวลา 2 ปีติดต่อกัน สหรัฐฯอาจพิจารณาดำเนินการคว่ำบาตรประเทศนั้นๆ ได้


เซดบากา กล่าวด้วยว่า คณะผู้เชี่ยวชาญชาวสหรัฐฯ ซึ่งประกอบด้วยพนักงานอัยการรัฐที่มีประสบการณ์ เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ และผู้เชี่ยวชาญด้านเหยื่อ จะเดินทางไปยังมาเลเซียในเดือน ต.ค. นี้ เพื่อช่วยฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ชาวมาเลเซียที่ทำงานในสายงานเดียวกัน

นอกจากนี้ เซดบากายังได้กระตุ้นให้รัฐบาลมาเลเซียทำงานร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชนในการทำงานเพื่อต่อต้านสิ่งที่เรียกว่าการ “ค้าทาสยุคใหม่” อีกด้วย

ฮิแชมมุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ของมาเลเซีย กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลมาเลเซีย “จะทำทุกวิถีทาง” ในการยุติปัญหาดังกล่าว แต่ก็ได้ให้ความเห็นด้วยว่า มีอุปสรรคในการดำเนินงานมากมาย ซึ่งรวมถึงปัญหาการแทรกซึม ผ่านทางชายแดนระหว่างไทยและมาเลเซีย

กลุ่มรณรงค์เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์คาดการณ์ไว้ว่ามีชาวพม่าหลายแสนคนอาศัยอยู่อย่างผิดกฎหมายในมาเลเซีย นอกเหนือจากแรงงานพม่าถูกกฎหมายในมาเลซียราว 1.4 แสนคน

ظ 09 ѹ¹ 2009
มาเลย์ส่งกลับ 181 อดีตเหยื่อค้ามนุษย์ชาวไทย
by admin on ظ 09 ѹ¹ 2009 - 04:00:41

สงขลา (สำนักข่าวไทย) – นายวัลลภ พลอยทับทิม ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ว่า ชาวไทยเกือบ 200 คน ที่ถูกกระทำทารุณ และ ต้องตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ในมาเลเซีย ได้รับการส่งตัวกลับประเทศบ้านเกิดแล้ว ภายใต้อนุสัญญาความร่วมมือระหว่างประเทศมาเลเซียและประเทศไทย

ทั้งนี้ นายวัลลภ เป็นประธานในพิธีการส่งตัวชาวไทยจำนวน 181 คน ที่เคยถูกคุมขังไว้ในมาเลเซีย กลับประเทศดังกล่าว โดยพิธีการครั้งนี้มีขึ้นที่ อ.สะเดา จ. สงขลา ทั้งยังถือเป็นพิธีการเพื่อเฉลิมฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในวันที่ 12 ส.ค. ด้วย

รายงานระบุว่า ไทยและมาเลเซียได้ร่วมมือกันหลายครั้งเพื่อป้องกันและกวาดล้างขบวนการค้ามนุษย์ระหว่างประเทศ โดยจากรายงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์

ѧ 20 Ҿѹ 2007
ผลศึกษาชี้ ผู้หญิงเหยื่อค้ามนุษย์เสี่ยงติดเอดส์สูง – รอยเตอร์ส, 12 สิงหา
by e107 on ѧ 20 Ҿѹ 2007 - 17:33:54

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานวันที่ 11 ส.ค. อ้างผลการศึกษาที่มีชื่อหัวข้อว่า “การค้ากาม และเอสทีไอ/เอชไอวี ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: ความเชื่อมโยงระหว่างการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ, ความรุนแรงทางเพศ และความเสี่ยงทางเพศ (Sex trafficking and STI/HIV in Southeast Asia: Connections between sexual exploitation, violence and sexual risk)” จัดทำโดย สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดีพี) และ วิทยาลัยสาธารณสุข แห่งมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ระบุ 1 ใน 4 ของจำนวนผู้หญิงและเด็กหญิงทั้งหมดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถูกบังคับให้ขายบริการทางเพศ และต้องเผชิญกับความรุนแรงทางเพศ โดยมีแนวโน้มสูงที่ผู้หญิงและเด็กเหล่านั้นจะติดเชื้อไวรัสเอชไอวี/เอดส์

รายงานดังกล่าว ซึ่งระบุถึงอาชญากรรมในไทย กัมพูชา และอินโดนีเซีย ยังคาดการณ์ด้วยว่า สถานการณ์การบังคับขายบริการทางเพศจะยิ่งเลวร้ายลง ขณะที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ เนื่องจากผู้หญิงในภูมิภาคนี้จำต้องเดินทางออกจากถิ่นฐานตนเพื่อหางานทำ

เหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์นี้ หลายคนมีอายุ 12 ถึง 16 ปี พวกเขาถูกข่มขืน กักขัง ไม่ได้รับอาหาร น้ำ และการรักษาพยาบาล หรือในบางกรณีอาจถูกบังคับให้ใช้เสพยาเสพติดและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย

“เหยื่อการค้ามนุษย์เหล่านี้ต้องทนทุกข์ทรมาณแสนสาหัส ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และถูกลิดรอนเกียรติแห่งมนุษย์ขั้นพื้นฐาน โดยอาจกล่าวได้ว่าการค้ามนุษย์นั้นเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการถูกกดขี่ให้เป็นทาส” เจย์ ซิลเวอร์แมน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำวิทยาลัยสาธารณสุข แห่งมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด กล่าว
รายงานระบุว่า ในอินโดนีเซียและกัมพูชา มีการใช้ยาเสพติดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ “เพื่อทำให้เหยื่อตกอยู่ในสภาพเป็นทาส” และเนื่องจากเด็กหญิงวัยรุ่น มักจะได้ราคาสูงกว่าเหยื่อประเภทอื่น จึงทำให้ขบวนการค้ามนุษย์พยายามหาเหยื่อที่เป็นเด็กหญิงวัยรุ่นมาอย่างต่อเนื่อง

เคทลิน วีเซน ผู้เชี่ยวชาญด้านเชื้อไวรัสเอชไอวี จากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดีพี) กล่าวว่า เหยื่อส่วนใหญ่ถูกล่อลวงเข้าสู่วงการการค้าประเวณี เนื่องจากเชื่อว่าจะได้งานทำเป็นแม่บ้านหรือทำงานในร้านอาหาร ทว่ากลับต้องมาจบลงที่สถานบริการทางเพศ ที่ซึ่งพวกเขาต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ และถูกทารุณกรรมอย่างเลวร้ายที่สุด นอกจากนี้ วีเซน ยังเสริมด้วยว่า ภูมิภาคเอเชียนั้น เป็นทั้งต้นทางและปลายทางของการค้ามนุษย์

จากรายงานดังกล่าว พบว่า ในไทยนั้น เด็กผู้หญิงที่ถูกล่อลวงเข้าสู่การค้าประเวณี ส่วนใหญ่จะมีเพศสัมพันธ์กับแขกมากกว่าผู้ที่ให้บริการทางเพศในอุตสาหกรรมดังกล่าวอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก ซึ่งเป็นท่าที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีสูง พบว่า เด็กหญิงเหล่านั้นต้องมีเพศสัมพันธ์ในท่าดังกล่าวมากกว่าผู้ให้บริการทางเพศทั่วไปถึง 3 เท่า

ส่วนในอินโดนีเซีย พบว่า ร้อยละ 20 ของผู้หญิงที่ถูกล่อลวงให้ค้าประเวณี และ ถุกแสวงหาประโยชน์ทางเพศมาเป็นเวลาหนึ่งปี หรือ มากกว่านั้น เผชิญกับสภาวะการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี นอกจากนี้ยังพบด้วยว่า ร้อยละ 75 ของผู้หญิงเหล่านั้น ถูกทารุณกรรมด้วย

ด้านมาเลเซีย รายงานแจ้งว่า เป็นประเทศปลายทางของ 1 ใน 3 ของผู้หญิงและเด็กที่ถูกล่อลวงมาจากอินโดนีเซีย ขณะที่ร้อยละ 73 ของผู้หญิงและเด็กที่ได้รับการช่วยเหลือจากขบวนการค้ามนุษย์ในกัมพูชา พบว่ามีการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่มีลักษณะติตดต่อ

คณะวิจัย เสริมด้วยว่า วิกฤตเศรษฐกิจโลกครั้งล่าสุดนี้จะยิ่งทำให้มีผู้หญิงตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ง่ายขึ้น เพราะพวกเธอต้องการเดินทางออกไปหางานทำนอกประเทศ

“ผู้หญิงเหล่านี้สิ้นหวังมากขึ้นเรื่อยๆ และ ต่างเลือกที่จะเดินทางภายใต้สภาพแวดล้อมที่อันตราย ซึ่งจะยิ่งทำให้พวกเขาเสี่ยงต่อการเคลื่อนย้ายถิ่นอย่างไม่ปลอดภัย การติดเชื้อเอชไอวี และการถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เช่น การถูกค้ามนุษย์ได้ง่าย” วีเซน กล่าว

โรซาลิน บอร์แลนด์ จากองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (ไอโอเอ็ม) ระบุว่า “อาชญากรจะฉวยโอกาสในพื้นที่ที่มีคนออกมาหางานจำนวนมาก หรือในพื้นที่ที่ผู้คนเดินทางไปเพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า”

คณะวิจัยยังได้เรียกร้องให้มีการจัดการประชุมแลกเปลี่ยนความเห็นซึ่งกันและกัน ระหว่างองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) องค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่นๆ โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ และหลีกเลี่ยงการบุกเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้กระทำผิด เพราะจะยิ่งทำให้ขบวนการค้ามนุษย์พยายามหลบหนีเงื้อมมือกฎหมายไปมากกว่าเดิม

Comments are turned off for this item :: Trackback email to someone printer friendly สร้างเอกสาร pdf รายการข่าวสารนี้
ประเภทรายการข่าวสารทั้งหมด
การสืบค้น เวบไซต์เครือข่ายสานใจ
This site is powered by Sanjai Network, which is released under the terms of the Sanjainetwork Sanjainetwork License.